จดหมายของฉัน

posted on 03 Apr 2011 00:26 by pare-nadda
คืนวันที่ 31 มีนาคม 2554 ..  รื้อหนังสือนิตยสารที่ไม่ได้อ่านแล้วออกมาวางเป็นกองๆเพื่อที่จะทำเป็นขาโต๊ะ
เมื่อพับขาโต๊ะเก็บเรียบร้อย เอามาลองวางดู ก็สวยดีกลายเป็นโต๊ะเตี้ยๆ(แต่ยาว)แบบญี่ปุ่น
ตอนแรกโต๊ะนี้ใช้เป็นที่วางของสารพัด พอจะเปลี่ยนฟอร์ม ก็เลยต้องเอาของทั้งหมดออกมากองพเนินไว้เต็มห้อง
 
..เวลาประมาณตี 2 กว่าแล้ว  ไม่ได้นอนแต่กำลังนั่งเก็บ จัดเรียงของทั้งหมดให้เข้าที่ เป็นงานที่ใช้เวลาเยอะพอสมควร แต่ก็ทำให้ได้คิดอะไรไปเรื่อยๆ.. ระหว่างนั้นก็ได้ยินเสียงโทรศัพท์ดังตลอดเวลา เพราะมีเพื่อนๆทยอยมาอวยพรวันเกิดให้ในเฟสบุ๊คอย่างอบอุ่น.. (ขอบคุณทุกคนมากนะ ดีใจจัง) 
 
ย่างเข้าวันที่ 1 เมษายน 2554 ฉันอายุ 27 ปีแล้ว จริงๆก็ไม่เยอะเท่าไหร่ แต่รู้สึกเหมือนอยู่มานาน
ฉันยังจำวันแรกที่ไปสมัครเรียนอนุบาล1 แล้วตกบันไดหัวแตก จนแม่ต้องอุ้มไปส่งโรงพยาบาลได้อยู่เลย
จำความรู้สึกตอนป.2 ที่โม้กับเพื่อนว่าเคยชิมนมปลาวาฬได้ชัดเจน (ตอนเด็กๆชอบอ่านหนังสือสารานุกรมมาก ทำให้รู้ว่านมของปลาวาฬมีรสจืดมากจนเหมือนน้ำ) จำความรู้สึกตอนไปโรงเรียนมัธยมวันแรกแล้วหาห้องเรียนไม่เป็นได้ (โรงเรียนประถมมี 2 ชั้น ไม่ต้องเดินเรียน แต่มัธยมมี 5 ชั้นต้องเดินเรียน ฉันหาห้องเรียนไม่เป็น เช่น ห้อง 214 ฉันไม่รู้ว่า 2 หมายถึงชั้น {#emotions_dlg.foot_in_mouth}) ฉันจำทุกๆช่วงชีวิตของฉันได้เกือบทั้งหมด
 
พอนึกถึงแม่.. เวลาทำให้แม่แก่ลงมาก ทุกอย่างกลับกันไปหมด จากที่แม่เคยตามรับตามส่งฉัน ตอนนี้ฉันขับรถพาแม่ไปทุกที่ๆแม่อยากไป แม่อยากได้อะไรจะพยายามหามาให้ ไม่เคยเบี้ยวแม่เลยสักครั้ง เพราะระลึกอยู่เสมอว่า แม่เคยทำอะไรให้บ้าง 
 
วันก่อนกลับบ้าน แม่บอกว่า รื้อกล่องเก็บของในตู้ออกมามีจดหมายที่ฉันเขียนถึงแม่เต็มไปหมดตั้งแต่ฉันเขียนหนังสือได้ แม่เอามาอ่านทีละใบ แม่บอกว่าฉันคงชอบทำเซอร์ไพรส์มากจริงๆ เพราะตั้งแต่ประถมจนถึงทุกวันนี้ ฉันชอบเขียนจดหมายหาแม่แล้วแอบไปวางไว้ที่หมอนแม่ก่อนไปโรงเรียนตอนเช้า จดหมายมีหลายรูปแบบ มีทั้งการ์ดแบบพับ(ทำเอง) โปสการ์ด กระดาษสมุดนักเรียน กระดาษสี มีทั้งแบบมาแอบส่งเอง ส่งผ่านไปรษณีย์ทั้งในและนอกประเทศ ส่งโทรเลขก็มี  
 
แม่บอกว่าชอบจดหมายทุกฉบับ เพราะน่ารักมาก จริงๆแล้วฉันไม่เคยรู้เลยว่าแม่รู้สึกยังไงกับจดหมายที่ฉันเขียน เพราะทุกครั้งแม่ไม่เคยพูดถึงเลย แม่ไม่เคยบอกว่าอ่านแล้ว หรือเห็นแล้ว .. 20 ปีต่อมาแม่ถึงเพิ่งเฉลยว่า จดหมายพวกนั้นเป็นกำลังใจให้แม่เสมอ มันทำให้แม่รู้ความคิดความอ่านของฉันว่า ฉันเข้าใจแม่ดีและรักแม่มาก
แม่เอาจดหมายบางฉบับให้หลานๆตัวน้อยๆสองสามคนที่มาเยี่ยมในวันหยุดอ่าน แม่บอกว่าหลานๆงงมาก
เพราะไม่รู้ว่าน้าแพรเขียน ส่วนมากทุกคนจะเห็นน้าแพรไม่ค่อยอยู่บ้าน พออ่านจบทุกคนรีบกลับไปเขียนจดหมายหาแม่บ้าง 
 
แม่บอกว่า..ตอนเด็กๆ แพรบอกแม่ว่าเขียนจดหมายเพราะอยากให้แม่ได้อ่านหลายๆครั้ง คิดว่าถ้าพูดเฉยๆมันก็จะหายไป กลัวแม่จะลืม อยากให้แม่จำได้ไม่มีวันลืมว่ารักแม่มากที่สุด
 
ทุกวันนี้ฉันก็ยังเขียนจดหมายหาแม่อยู่ ดูเหมือนแม่จะเป็นเพื่อนทางจดหมายคนเดียวของฉัน
แต่จริงๆมียิ่งกว่านั้น..ฉันเขียนจดหมายหาตัวเองด้วย{#emotions_dlg.foot_in_mouth}
 
ฉันมักจะเขียนข้อความในสมุดบันทึกทุกเล่มถึงตัวเองอยู่เสมอ แม้กระทั่งการเขียนบล๊อคก็ด้วยเหมือนกัน
หนังเรื่องโตเกียวทาวเวอร์ที่เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับลูกชายกับแม่ ก็คล้ายกับเรื่องของฉันกับแม่มาก
ถ้าใครได้ดูหนังเรื่องนี้ หรือได้อ่านหนังสือเรื่องนี้ คงจะรู้สึกว่ามีจังหวะอะไรค้างๆคาๆอยู่ในเรื่องเต็มไปหมด
เช่น พ่อของพระเอกที่ทำความฝันของตัวเองไม่สำเร็จ ลูกชายที่ดูเรียบร้อยๆแต่เกเรเงียบ เรียนเกือบไม่จบ ความรักค้างๆเติ่งๆไม่ค่อยเดินหน้าของเขากับแฟน และวันที่เขาประสพความสำเร็จในขณะที่แม่ป่วยหนัก และจากไป
 
นึกแล้วก็รู้สึกสนใจในความค้างๆคาๆนั้นขึ้นมา..
 
ฉันมักจะเขียนจดหมายหาตัวเองบ่อยๆเวลาที่มีเป้าหมายอะไรที่ต้องการทำให้สำเร็จ ฉันจะเขียนวัตถุประสงค์ เป้าหมาย วีธีการที่ฉันจะทำเพื่อให้ไปถึงจุดหมาย กำหนดระยะเวลา และผลลัพธ์ที่ต้องการอย่างละเอียด
ที่ผ่านมาทั้งหมดประสพความสำเร็จเพียงครึ่งเดียว อีกครึ่งหนึ่งยังค้างๆคาๆจนถึงปัจจุบัน และดินพอกหางหมูไปเรื่อยๆเพราะมีจดหมายใหม่ทุกครั้งเวลาเกิดไอเดียที่คิดว่าเจ๋ง
 
ดูเผินๆเหมือนเป็นเรื่องขี้แพ้ แต่ฉันเป็นคนพยายามมองในแง่ดี จึงค้นพบว่าข้อดีของฉันคือ.. ฉันยังไม่เคยล้มเลิกโปรเจคไหนเลย ไม่มีโปรเจคไหนที่ฉันยอมแพ้แล้วไม่ทำต่อไป ฉันยังคงพยายามทำอยู่เสมอ ถึงจะเจ๊งบ่อยๆแต่ก็เริ่มใหม่บ่อยเท่าๆกัน บางโปรเจคฉันทำต่อเนื่องมาหลายปีก็ยังคงทำต่อไป อาจจะมีพักบ้างแต่ไม่เคยหยุด 
 
ขอยกตัวอย่าง หัวข้อจดหมายที่ฉันเขียนถึงตัวเองเยอะที่สุด นั่นก็คือ การลดความอ้วน
 
เพื่อนๆบางคนอาจจะเถียงว่าคิดมากไปทำไม ฉันไม่ได้เป็นคนอ้วนมากมายอะไรสักหน่อย
 
คำตอบคือ มันคือหนึ่งในความฝันคะ ฉันชอบแต่งตัวมาก ความอ้วนเฉพาะส่วน โดยเฉพาะขาเป็นข้อจำกัดที่น่ารำคาญสำหรับฉัน จริงๆแล้วฉันเคยหนัก 45 ขาเรียวสวยงาม ตอนนั้นฉันเป็นนักกีฬาว่ายน้ำ กินเท่าไหร่ก็ไม่อ้วน เพราะซ้อมว่ายน้ำวันหนึ่งเป็นพันเมตรทุกวัน ว่ายน้ำต่อเนื่องเป็นชั่วโมงทุกท่า
หลังจากเลิกเป็นนักกีฬาว่ายน้ำเพราะแม่เป็นห่วงว่าจะทำการบ้านไม่ทัน ฉันก็ยังคงกินเท่าเดิม จนอ้วนขึ้น 5 กิโลใน 2 เดือน หนัก 52 และไม่เคยลงจาก 50 กิโลอีกเลยตั้งแต่นั้นมา เอวเท่าเดิม แต่สะโพกและขาเปล่งมาก
ที่น่าเศร้าที่สุดคือ ตอนนี้ทุกคนมักจะพูดว่าฉันเป็นคนรูปร่างแบบนี้อยู่แล้ว ต้องยอมรับและยากที่ฉันจะขาเล็กไปกว่านี้ บ้างก็บอกว่าฉันเป็นคนกระดูกใหญ่ยังไงก็ต้องหนัก 50 
 
ฉันไม่เคยเชื่อทฤษฎีเหล่านั้นเลย เพราะฉันเคยหนัก 45 จริงๆขาเล็กจริงๆ และดูดีกว่านี้ด้วย ไม่ได้ดูผอมเกินอย่างที่หลายคนขู่แต่อย่างใด
 
Photobucket
 
วันหนึ่งฉันค้นพบว่า เคท มอส สุดยอดนางแบบสุดเท่ห์ขวัญใจของฉัน (เพราะหน้าเหลี่ยมเหมือนกันด้วย)
สูง 168 ซม. เท่ากับฉันเป๊ะเลย แต่หนัก 48 กิโล  ส่วนฉันตอนนี้หนัก 57 กิโล {#emotions_dlg.surprised}
 
Photobucket
 
ฉันจะยอมได้ยังไง ฉันอายุ 27 แล้ว แต่ยังไม่มีขาเรียวๆไว้ใส่คอนเวิร์สหุ้มข้อที่โปรดปราน
ยังไม่มีขาเล็กๆไว้ใส่กางเกงยีนส์สกินนี่สุดเท่ห์ และเริ่มจะใส่เสื้อแขนกุดไม่ค่อยได้เพราะเนื้อปลิ้น
ใส่กางเกงขาสั้นฮอตแพนท์ไม่รอดเพราะขาใหญ่ไป ไปแคสติ้งอะไรไม่เคยจะผ่านเพราะความอวบอ้วนทั้งนั้น
 
อย่าเข้าใจผิดว่าฉันหมกหมุ่นกับความสวยงามและแฟชั่นมากเกินไป ฉันยังคงสร้างงานอยู่ ไม่เคยหยุดเช่นกัน
แต่ความเท่ห์ต่างหากที่กำลังจะหยุด 
 
ฉันขอประกาศและขอเชิญชวนทุกท่านที่ยังมีอะไรค้างๆคาๆในชีวิต ให้กลับมาจัดการมันให้สำเร็จให้ได้
ใครที่เคยยอมแพ้ขอให้เริ่มต้นใหม่อีกครั้ง ใครที่ยังไม่เคยทำอะไรดีๆเพื่อตัวเองเลย ขอให้ลองทำดู
 
ในกรณีของฉันบางคนอาจเห็นว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่เรื่องเล็กๆน้อยๆก็สำคัญได้ไม่ใช่เหรอ
 
ฉันจะเริ่มลดความอ้วนอีกครั้งวันพรุ่งนี้เป็นต้นไป ฉันไม่แน่ใจว่าจะทำได้ แต่ฉันชัวร์มาก..ว่าฉันทำแน่ และจะไม่หยุดจนกว่าจะสำเร็จด้วย{#emotions_dlg.kiss} 
 
โปรเจคอื่นๆก็จะยังคงพยายามต่อไป Money mouth
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

Comment

Comment:

Tweet

สวัสดีปีใหม่ไทยค่ะ สุขกายสบายใจ มีความสุขมากๆนะคะ
มาให้กำลังใจกับโปรเจคลดความอ้วนค่ะ
(แม้ไม่รู้สึกว่าอ้วนเลยค่ะ555+)
น.น.ผู้หญิงคร่าวๆ110ลบส่วนสูงก็ยังได้ถึง 58 นะคะ ฮี่ๆsad smile

#5 By Zuni on 2012-04-13 19:58

HBD.ย้อนหลังนะคะ มีความสุขมากๆค่ะ

สุขสันต์วันสงกรานต์ด้วยนะคะ ปืนฉีดน้ำ ปืนฉีดน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ดอกมะลิ ดอกมะลิ ดอกมะลิ confused smile

#4 By Zuni on 2011-04-14 15:56

ตอนหลังมีเพื่อนคนหนึ่งมีพ่อเป็นหมอ เค้าไปเล่าให้พ่อฟัง พ่อเค้าบอกว่าปลาวาฬเป็นสัตว์ห้ามล่า เค้าเลยมาบอกว่าแพรต้องเคยกินนมปลาวาฬปลอมแน่
sad smile

#3 By pare-nadda on 2011-04-03 03:08

รุ่นราวคราวเดียวกัน สุขสันต์วันเกิดนะครับ

ขอให้ความพยายามเป้นผลนะbig smile

#2 By Clepsydra:: on 2011-04-03 02:44

นมปลาวาฬ อยากลองกินsad smile

#1 By lolay on 2011-04-03 02:33