Jan project

posted on 18 Jan 2010 00:57 by pare-nadda in ME

ในวาระดิถีขึ้นปีใหม่ วัยเบญจเพสของฉันกำลังจะจบลงในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้  

ฉันเกิดเมื่อวันที่ 1 เมษายน 2527  ดังนั้นปีนี้ฉันกำลังจะอายุ 26 ปีเต็ม

วันปีใหม่ที่ผ่านมา ฉันปาร์ตี้จับฉลากกับครอบครัว และเพื่อนๆ

ซึ่งก็สนุกสนานดีเหมือนทุกปีที่ผ่านมา

แต่สิ่งหนึ่งที่ฉันคิดถึงคือ.. สิ่งทั้งหลายที่พยายามมาตลอด แต่ยังไม่เคยทำได้

... ฉันเริ่มคิดโปรเจคส่วนตัวครั้งแรกตอนอยู่ประถม ซึ่งเกือบทั้งหมดเป็นเรื่องของการเก็บเงิน

ทั้งพยายามออมจาค่าขนมที่แม่ให้ไปโรงเรียน หยอดกระปุกทุกวัน เก็บสะสมจากสตางค์ที่คุณย่าคุณตา คุณลุง คุณป้า ให้ไว้กินขนมเวลาท่านมาหาที่บ้าน นอกจากนี้ก็ไปแย่งพี่เลี้ยงทำงานบ้าน และขอค่าใช้แรงงานพิเศษจากแม่ 

หรือไม่ก็เก็บรวบรวมเศษเหรียญจากทุกซอกมุมในบ้าน ไม่เว้นแม้แต่กระเป๋ากางเกง กระเป๋ากระโปรง

กระเป๋าเสื้อของทุกคนในบ้านที่รวมอยู่ในตะกร้าเตรียมซัก (เข้าใจว่าพวกเขาไม่เก็บ แปลว่าไม่เอา)

ฉันตั้งหน้าตั้งตาเก็บเงินเพื่อเอาไปซื้อของน่ารักๆที่ตัวเองอยากได้

พอเก็บตังค์ได้ตามจำนวนก็ขอให้แม่พาไปซื้อ ...  แล้วก็มาเก็บใหม่ ช่วงนั้นร่ำรวยมากจริงๆ

ตอนอยู่ ป.4 มีโปรเจคหนึ่งที่สำคัญมาก และคิดว่าประทับใจที่สุดในชีวิต คือ ไวโอลิน

ที่โรงเรียนประถมของฉัน มีวงดนตรีสากล ทุกวันพฤหัส จะมีพวกพี่ๆประถมปลาย มายืนสีไวโอลินเพลงชาติตอนเช้าให้ทุกคนร้องเพลงกัน ฉันรู้สึกเท่ห์มาก นอกจากนี้ก็จะมีเล่นตามงานเทศกาลต่างๆของโรงเรียนทุกเทศกาล

วันหนึ่ง ได้ยินข่าวมาว่า วันที่ 5 ธันวาคม ในปีนั้น วงดนตรีสากลของโรงเรียนได้รับเชิญให้เข้าไปเล่นดนตรีในวังจิตรลดา เพื่ออัดเสียงออกรายการวิทยุของราชการ โดยมีวงของหลายๆโรงเรียน หลายๆสถาบันร่วมด้วย แต่วงดนตรีของโรงเรียนฉันเล่นทั้งหมด เกือบ 10 เพลง

ฉันเดินเข้าไปในห้องซ้อม แล้วขอสมัครเข้าวงทันที ครูผู้ดูแลวงดนตรี บอกว่า ต้องเป็นเด็ก ป.5 ขึ้นไปเท่านั้น

ฉันขอร้องอยู่นาน จนครูบอกว่า ให้ไปถามพ่อแม่มาก่อน เพราะต้องซื้อเครื่องดนตรีแพง ฉันวิ่งไปหยดเหรียญบาทใส่ตู้โทรศัพท์แล้วขอร้องแม่ทันที แม่ตอบโอเค ฉันก็วิ่งไปบอกครูอีกครั้ง วันต่อแม่ แม่ก็ให้เงินมา 2800 บาท เพื่อซื้อไวโอลิน ฉันไม่เคยเล่นดนตรีอะไรมาก่อนเลย แต่ก็พยายามอย่างที่สุด ฉันอ่านโน้ตไม่เป็น แต่ไม่กล้าบอกใคร

เพราะกลัวโดนไล่ออกจากวง เลยใช้วิธีเขียนตัวเลขใส่ไว้บนตัวโน้ตทุกตัว เพื่อบอกว่า ตัวนี้ ใช้นิ้วที่ 1 2 3 4 เล่น

เวลากลับมาซ้อมที่บ้าน แม่เป็นต้องปวดหัวทุกที เพราะฉันต้องยกเก้าอี้ไปวางไว้ที่โรงรถทุกครั้ง เพื่อที่เวลาไปนั่งเล่นเพื่อนบ้านจะได้เห็นว่าฉันเท่ห์แค่ไหน  

ในเวลา 2 เดือน ฉันเล่นจนจำนิ้วได้ทุกตัวโน้ต ทุกเพลง ฉันจึงผ่านการคัดเลือกของโรงเรียน ให้ไปเล่นอัดเสียงที่วังจิตรลดา สิ่งที่เสียใจมากคือ ไม่มีรูปถ่าย จำได้ว่าวันนั้นคุณครูใหญ่ผู้ชอบสะพายกล้องถ่ายรูป พยายามเรียกมาถ่าย แต่ฉันมัวแต่ไปชื่นชมความสวยงามของห้องน้ำในวัง กระเพาะปลาสุดอร่อย ถ้วยชาม ห้องจัดเลี้ยงที่หรูหรา และมัวแต่ภูมิใจที่ได้เข้ามาเล่นในวัง...

วันต่อมา ครูใหญ่เอารูปถ่ายมาแจก ของฉันมีรูปเดียวคือ ถ่ายตอนลงจากรถตู้ ฉากหลังเป็นต้นไม้ ที่ไม่สามารถเป็นตัวบ่งชี้ได้ว่ารูปนี้ถ่ายที่วังจิตรลดา  

สมัยมัธยมนอกจากโปรเจคเก็บเงินที่ทำต่อเนื่องมาจากประถมแล้ว โปรเจคส่วนมากก็เป็นเรื่องของการเรียน

เช่น ตั้งเป้าไว้ว่าจะทำเกรดเท่านั้นเท่านี้ ฉันมีผลการเรียนค่อนข้างดี ยกเว้นวิชาเลข เป็นวิชาเดียวที่ฉันไร้พรสวรรค์ และไม่คิดจะไปแสวงความรู้ทางนี้ใดใดทั้งสิ้น ตอนเรียนก็หลับ การบ้านก็ลอกเพื่อน ฉันจึงไม่เคยได้เกรดสูงๆเลย แม่ก็พยายามหาครูมาสอนพิเศษ แต่ฉันชวนครูคุยจนหมดเวลาทุกที

มีอยู่เทอมหนึ่งตอนม.3 ฉันเจอครูสอนพิเศษคนหนึ่งที่ตั้งใจสอนฉันมากกกกกกก จนฉันไม่อยากทำให้ครูเขาเสียใจ ฉันจึงพยายามฝึกทำโจทย์เลขหมดไปเป็นเล่มๆ จนสอบปลายภาคฉันได้คะแนนเกือบเต็ม แต่ได้เกรด 3 เพราะสอบย่อยก่อนหน้านั้นฉันได้คะแนนเกือบตกทั้งนั้น แต่เกรด 3 วิชาเลขของฉันก็ทำให้ แม่ และครู ร่าเริงมากทีเดียว (หลังจากนั้นได้ 1 กับ 2 มาตลอดจนจบเลย)

พอเข้ามหาลัย โปรเจคของฉันก็ยังเกี่ยวกับการเรียนอยู่เหมือนเดิม ฉันไม่เคยเรียนวาดรูปมาก่อน แต่อยากเรียนศิลปะ ตอนนั้นฉันเรียนอยู่คณะนิติศาสตร์ ฉันตัดสินใจไปลาออก แล้วสมัครเข้าใหม่ในมหาลัยเดิม แต่คณะศิลปกรรม ตอนส่งไฟนอลโปรเจควิชา painting ฉันรู้ว่าฉันวาดไม่เก่ง ฉันจึงพยายามมาก เพราะคิดว่าทุกคนก็คงจะใส่กันมาเต็มที่ ฉันไปซื้อแคนวาสมาหนึ่งม้วนใหญ่ เอาดินสอตีเส้นแบ่งเป็นสามช่อง ช่องหนึ่งขนาด 1x1.5 เมตร ฉันวาดพุ่มดอกกุหลาบลงไป ทำเป็นช่องๆ แบบคิวบิสซึ่ม แล้วลงสีสามช่องไม่เหมือนกัน

ฉันวาด สองวัน ลงสีซ้ำ สามรอบ เพราะลงทีไรสีก็ซึมหายไป ไม่แน่นเสียที เพิ่งมารู้ตอนหลังว่าเป็นเพราะฉันไม่ได้รองพื้นก่อน หลังจากวาดเสร็จก็ไปซื้อไม้แถวมหาลัย มาให้พี่ภารโรงช่วยทำเฟรม พี่เขาก็งงว่าทำไมไม่เอามาให้ทำก่อนแล้วค่อยวาด คือ.. ฉันทำผิดขั้นตอนไปหมดเลย วันส่งฉันถือมามีแต่คนมอง เพราะมันใหญ่กว่าใครเพื่อน

อ. อนันต์ ประภาโส มาตรวจ และฉันก็ได้ A มาครอง 

Photobucket

เมื่อนึกย้อนไป 25 ปีที่ผ่านมามีหลายโปรเจคที่ฉันตั้งใจทำ และสำเร็จเป็นส่วนมาก แต่ก็มีหลายๆอย่างที่ฉันพยายามซ้ำๆๆๆๆ  มาหลายปี หลายครั้ง แต่ไม่เคยทำสำเร็จเลย และส่วนมากก็เป็นสิ่งเล็กๆน้อยๆในชีวิตที่ฉันพลาดมาตลอด ฉันเลยมานั่งคิดทบทวนแล้วสรุปเกิดเป็น..

โปรเจคใหญ่ในชีวิตที่ชื่อว่า My 26 years project. 

ฉันจะแบ่งโปรเจคออกเป็น 1 เดือน / 1 โปรเจค  

เมื่อครบ 1 ปี จะมีอะไรใหม่ๆเกิดขึ้นในชีวิตของฉันหลายสิ่งมาก (ถ้าฉันทำสำเร็จหมด)

ซึ่งจะเปลี่ยนให้ฉันมีชีวิตที่ดีขึ้น (ฉันคิดว่าดีนะ ถ้าจะมีความสุขขึ้นอีก)

อย่างน้อยก็เป็นการพัฒนาตัวเองนะ เริ่มจากเดือนแรก JAN Project

 Photobucket

มี 4 รายการที่ฉันต้องทำให้เสร็จก่อนสิ้นเดือนมกราคม 2010 คือ

1. ลดความอ้วน 5 กิโล ตลอดชีวิตฉันใฝ่ฝันจะผอมหุ่นดีมาตลอด แต่ปากฉันไม่เคยหยุดกินขนม ขาของฉันก็ไม่เคยเล็กลง สะโพกของฉันก็ดินระเบิดจนแม่ชอบล้อว่า เรือสำเภา กำลังกายก็ไม่ค่อยจะออก แม้หลายๆคนจะบอกว่าฉันไม่อ้วน แค่ไม่ผอมก็ตาม หรือบางคนก็บอกว่าถ้าผอมฉันจะไม่น่ารัก แต่ฉันตัดสินใจแล้วว่าจะลองผอมแบบที่ตัวเองฝันไว้สักครั้ง ใครจะไปรู้ว่าดีหรือไม่ดี ก็ฉันยังไม่เคยผอมเลย ต้องลองดู 

2. ห้ามโกรธ ห้ามงอน ฉันอาจจะเป็นคนอ่อนไหว ฉันขี้งอน ขี้น้อยใจ แล้วในที่สุดเวลาไม่มีใครเข้าใจ ฉันก็จะโกรธ ซึ่งฉันรู้ตัวว่า มันไม่ดีเลย ถึงฉันจะไม่ใช่คนที่โมโหร้ายมากมาย แต่ฉันก็รู้สึกว่า เวลาโกรธ ไม่มีใครมีความสุขเลย ฉันจะทดลองพยายามควบคุมอารมณ์ ไม่ให้อ่อนไหวมากนัก เพราะทุกๆอย่างแก้ไขได้ หรือสิ่งที่เกิดไม่มีอะไรเป็นเรื่องใหญ่ จริงๆเหมือนต้องพยายามปล่อยวาง ขณะที่เขียนนี้คือวันที่ 17 มกราคม ฉันยังไม่ได้โกรธ ไม่ได้งอนใครเลย เพราะทุกครั้งที่กำลังจะรู้สึก ฉันจะรีบคิดทันทีว่า หยุด มันได้ผลจริงๆนะ แค่คิดว่า ไม่โกรธ ไม่ต้องรู้สึกอะไร อารมณ์ที่เสียๆทุกอย่างก็หายไปเอง

3. โทรหาแม่วันละ 3 ครั้ง ฉันรักแม่มาก แม่ก็รู้ เงินของฉันที่หามาได้ กลายเป็นของขวัญที่ฉันซื้อให้แม่ พาแม่ไปเที่ยวตลอดเวลา แต่เทอมนี้ฉันเรียนโท 5 วัน 6 วิชา เรียนที่ทับแก้ว 3 วัน วังท่าพระ 2 วัน มีรายงานทุกวัน ฉันทำงานไปด้วย เรียนไปด้วย บ้านของฉันอยู่ไกลจากมหาลัยมาก แล้วฉันก็เรียนเช้า แม่จึงให้ฉันมาอยู่ใกล้ๆมหาลัย เพราะแม่รู้ว่าฉันนอนดึกมาก ฉันจะไม่ไหว ถ้าต้องเสียเวลาเรื่องเดินทางมากเกินไป ดังนั้นการห่างกันของเรา โทรศัพท์จึงสำคัญมาก ฉันตั้งใจว่า อย่างน้อยที่สุด ฉันต้องโทรหาแม่ให้ได้ไม่ต่ำกว่าวันละ 3 ครั้ง

4. ห้าม shopping ฉันเป็นโรค Shopaholic คงไม่ต้องบอกว่า อาการแย่แค่ไหน เอาเป็นว่า ฉันควรบำบัดได้แล้ว

ทั้งหมดนี้ ฉันจะต้องทำให้ได้ ก่อนสิ้นเดือน  

 

 

 

 

 

Comment

Comment:

Tweet

พยายามนึกเท่าไหร่ก็นึกไม่ออกว่า ไปตรวจรูปดอกไม้แล้วให้ A ที่ไหน ตอนไหน มหา'ลัยไหน?
^_^

#6 By อนันต์ (125.25.37.189) on 2010-07-04 13:12

เรื่องน่ารักดี
ชีวิตมีเป้าหมายและมุ่งมั่นมากเลยค่ะ
ส่งกำลังใจช่วยค่ะ
ข้อ 1 มุ่งมั่นอย่างคุณแพร เอาอยู่แน่นอน555
ข้อ 2 ผู้หญิงต้องมีมั่งสิ ถึงจะมีเสน่ห์หุๆๆๆ
ข้อ 3 ไรหว่า...ย้อนไปดูก่อนนะ ทำได้ชัวร์ถ้าไม่ื
ลืมquestion
ข้อ 4 คุณสมบัติผู้หญิงเลยนะนั่น อาจถึงตายหรือไม่ก็
คางเหลืองอ่ะ แต่ความพยายามอยู่ที่ไหนความ
พยายามก้อจาอยู่ที่นั่นค่ะ
สู้ตายค่ะ open-mounthed smile question

#5 By Zuni on 2010-01-24 00:10

ขอส่งกำลังใจไปให้
ทำให้สำเร็จนะครับ>>>>>>>>>>ซูม double wink

#4 By lolay on 2010-01-19 00:57

หนุกหนานจริงเรื่องราวของท่านbig smile

#3 By alienboon on 2010-01-18 23:34

รู้สึกว่าปีใหม่ใคร ๆ ก็อยากจะเปลี่ยนแปลงตัวเองทั้งนั้น

confused smile

ขอให้ทำสำเร็จแล้วกัน

#2 By zealost on 2010-01-18 23:31

Hot! เอาใจช่วยจ๊ะ
แพรทำได้อยู่แล้ว
จากประวัติศาสตร์นี่
แสดงว่าแพรเป็นคนมุ่งมั่นมาก
อิอิ

อยากฟังเสียงดนตรีของเด็กคนนั้นจังแฮะ surprised smile

#1 By poonnada on 2010-01-18 20:26