แพรไปทัศนศึกษา ตอนที่ 1

posted on 17 Dec 2009 00:34 by pare-nadda in WRITE

ในห้องนอน .. ฉันตื่นขึ้นมาบนเตียงนอนประจำกับความรู้สึกประหลาด เช้าวันเสาร์วันนี้ไม่ใช่วันพักผ่อนเหมือนทุกที ฉันบังคับตัวเองให้ลุกจากเตียงไปอาบน้ำแต่งตัว แล้วคว้ากระเป๋าสามขนาด เล็ก กลาง ใหญ่ ตามลำดับ ออกจากบ้าน ไปขึ้นรถแทกซี่ ช่วงเวลาระหว่างปฏิบัติภารกิจเหล่านั้น หัวสมองชั้นวนเวียนอยู่กับ 2 ประโยคที่ว่า ไปดี หรือ ไม่ไปดี 

ริมถนน.. ระหว่างยืนรอรถแทกซี่ฉันโทรศัพท์ไปหาเพื่อนเพื่อถามว่า เจอกันที่ไหน เพื่อนบอกว่า ฉันไม่ไปแล้วนะ มีธุระด่วน โชคดีละกัน  หลังจากวางสายไป ฉันแทบจะหอบกระเป๋ากลับเข้าบ้านทันที แต่คิดแล้วว่า แม่ต้องด่าแน่ แม่จะเซ็งมากถ้าลูกสาวออกอาการปอดแหก และกฎของแม่คือห้ามโดดเรียน แม้จะเป็นการทัศนศึกษาก็ตาม เมื่อคิดถึงแม่อย่างถี่ถ้วนแล้ว ประโยคที่ว่าไปดี หรือไม่ไปดี ก็ได้ข้อสรุปสั้นๆแบบอย่าคิดมากคือ ไปดีกว่า

หน้ามหาลัย.. กระเป๋าเป้สีแดงติดตุงอยู่ที่หลัง กระเป๋าเดินทางสีดำส้มใบใหญ่ถูกกำไว้ในมือขวา กระเป๋าสะพายสีเขียวพาดอยู่ไหล่ซ้าย ชั้นเดินข้ามถนนหน้าวัดพระแก้วเข้าสู่มหาลัยด้วยความรู้สึกไม่ต่างอะไรกับที่แขวนกระเป๋า หน้าตาไม่ยินดียินร้ายกับอะไรทั้งนั้น เดินแบบจ้ำๆ แสดงอาการว่าไม่รู้สึกอะไรมากมายไปกว่าหนักและอายนิดๆ

มองไปรอบๆเห็นเพื่อนผู้ร่วมเดินทางนั่งกันอยู่เต็มพร้อมกระเป๋าเดินทางน้อยใหญ่ ฉันไม่รู้จักใครเลย และคิดว่าไม่มีใครรู้จักฉันด้วย ฉันวางกระเป๋าลงและตั้งท่ายืนให้มั่น หลับตาลงสองวินาที ลืมตาขึ้นมาอีกครั้งพร้อมรอยยิ้มที่คิดว่าดี ยิ้มกวาดไปรอบๆตัว มีคนยิ้มตอบกลับมาบ้าง ทำหน้างงก็มี ไม่มีสัญญาณตอบรับก็มี สำหรับคนที่ยิ้มตอบกลับมา ฉันก็เล็งไว้แล้วว่าจะหาโอกาสเข้าไปทำความรู้จักต่อไป

ยืนยิ้มคนเดียวอยู่ไม่นาน อาจารย์ก็เรียกไปขึ้นรถ หลังจากพิจารณาแล้วว่ารถมีสองคัน อาจารย์มีคนเดียว ฉันควรจะไปนั่งคันที่มีอาจารย์จะดีกว่า เพราะฉันเลยวัยยี่สิบแบบเด็กปีสาม มาห้าปีแล้ว และสมาชิกป.โทของฉันในทริปนี้มีกันอยู่แค่ 5-6 หน่อ ฉันควรจะหาที่ทางที่สงบๆอยู่จะเป็นสุขกว่า แต่สงสัยเจ้ากรรมนายเวรจะไม่ยอม ฉันเลือกนั่งผิดคัน ดันไปนั่งคันที่สอง ไม่มีอาจารย์ แถมนั่งเกือบหลังสุด โลกในรถคันนี้จึงตกเป็นของเด็กๆอย่างหนักจนไม่ต้องลืมตาอ้าปากเลยทีเดียว (พูดกันไม่ได้ยินเพราะเพลงดังจึงหลับตลอดเลย)

pareb1บนรถ.. ระหว่างทางจากกทม.ไปแพร่  รถบัสที่นั่งไปเป็นแบบโอเพ่นแอร์ โชคดีที่เป็นหน้าหนาวเลยไม่ร้อน หยิบแว่นกันแดดมาสวม นั่งชมวิวโต้ลมเพลินๆไป แต่พอเริ่มเข้าเขตทางเหนือ ลมพัดแรงเสียหน้าแตกระแหง รันทดพอสมควรเพราะหาครีมมาทาไม่ได้อยู่ใต้ท้องรถหมดเลยต้องเอาลิปมันมาแก้ขัดไปก่อน ผ้าม่านก็ปลิวสะบัดไปสะบัดมาจนหงุดหงิด ฉันทะเลาะกับผ้าม่านอยู่สักระยะ พี่นุชที่เรียนโทด้วยกันเห็นเข้าเลยมาปิดหน้าต่างให้ด้วยความเอน็ดอนาจใจ 

bus3bus4bus5ใจกลางรถ.. ทางเดินเล็กๆบนรถบัสคันนี้ไม่เคยแห้ง น้องป.ตรีปีสาม แดนซ์ตลอดเวลา เพลงไหนขึ้นน้องร้องได้หมด น้องเต้นได้หมด บางเพลงมีมิวสิคโคโยตี้ขึ้นจอหน้ารถ น้องๆก็กรูกันไปให้กำลังใจโคโยตี้กันเต็มหน้าจอ   บังกันไปหมด ฉันก็ดูทั้งโคโยตี้ ทั้งน้อง ชอบดูน้องๆเต้น แปลกดี แต่ดูนานๆเริ่มเวียนหัว หลับ ตื่นมาก็ยังเห็นเต้นกันอยู่ ทั้งเต้นทั้งร้องอย่างเมามันกันยันแพร่ไปเลย น้องผู้ชายแต่ละคนจะมีสไตล์หนึ่งที่คล้ายๆกันคือ ผมยาว ผมฟู หนวดเครา เสื้อผ้าลายทหาร เสื้อผ้าสีเข้มๆขรึมๆ พอมารวมตัวกันเต้นๆร้องๆเยอะๆ จะให้อารมณ์เหมือนอยู่ท่ามกลางชนเผ่าอะไรสักอย่าง 

bus2

ห้องน้ำปั๊ม.. ระหว่างทางรถจะแวะปั๊มเป็นระยะๆเพื่อเติมน้ำมัน ปั๊มแรกๆชั้นต้องยืนบิดไปบิดมาหน้าห้องน้ำอยู่นานกว่าจะไปเข้าไปฉี่ เพราะคิวยาวมาก ปั๊มหลังๆฉันเริ่มเก่ง รถจอดปุ๊บ ฉันรีบโกยแนบไปส้วมก่อนใคร ปั๊มต่อๆมาจะปวดไม่ปวด ฉันก็โกยแนบเข้าส้วมทุกทีที่รถจอด ด้วยความไม่ประมาทเผื่อต่อไปไม่มีปั๊ม วิ่งขึ้นวิ่งลงอยู่หลายปั๊มกว่าจะถึงแพร่

bus1

สภาพอากาศ .. หนาวมาก ฉันไม่เคยไปแพร่มาก่อน หนาวจริงๆ พูดเป็นไอเลย มือเหมือนขอนไม้แห้งเลยทีเดียว

ที่พัก.. อาจารย์พาไปพักที่ศูนย์วิจัยข้าวจังหวัดแพร่ ทางก่อนเข้าศูนย์วิจัยเต็มไปด้วยเพิงขายมีด ศูนย์วิจัยนี้ใหญ่พอสมควร มีตึกเล็กๆทำเป็นเรือนที่พัก แบ่งเป็นหลายๆห้อง มีสองชั้น ห้องหนึ่งนอนได้หลายๆคน หลังจากกินข้าวเสร็จ (กินเร็วมาก รู้สึกว่าทุกอย่างอร่อยไปหมดเลย) อาจารย์ก็เอากุญแจมาให้นักเรียนแย่งกัน เพื่อนป.โทของฉันคว้ามาได้หนึ่งดอก เป็นอันว่าป.โท 6 คน ชาย 2 หญิง 4 นอนรวมกันที่ห้องชั้นสอง  (ไม่มีใครกล้าไปนอนกะน้อง และไม่มีน้องกล้ามานอนกะเรา กลัวกันทำไม T-T )  

ห้องนอน..  ประกอบไปด้วยเตียงสองชั้น 2 เตียง และเตียงเดี่ยว สามเตียง ฉันนอนเตียงเดี่ยวหลังแรกที่วางต่อจากเตียงสองชั้นริมประตู พี่เบียร์กับบอสนอนเตียงนั้น พี่นุชนอนต่อจากชั้น ไกด์นอนต่อจากพี่นุช และพลอยนอนเตียงสุดท้ายริมหน้าต่าง ฉันอาบน้ำคนแรก ส้วมเป็นแบบนั่งยองๆ ทุกคนจะใช้เมื่อปวดอึจริงๆเท่านั้น เนื่องจากทุกคนชินกะส้วมแบบนั่งชักโครก มาเจอแบบนี้อาจตะคริวกินได้ง่ายๆ และถ้าโดนตะคริวกินหรือลุกไม่ขึ้นจริงๆ ต้องให้คนมาช่วยจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน ทุกคนจึงไม่อยากเสี่ยงต่อความอายที่อาจเกิดขึ้นได้ ดังนั้น ใช้เมื่อปวดอย่างทนไม่ได้เท่านั้น อย่าคิดนั่งหยองๆแบบชิลๆ ส่วนน้ำที่อาบก็เย็นได้ใจดีจริงๆ ฉันมั่นใจว่าต้องมีบางคนทำเนียน วิ่งผ่านน้ำแล้วออกมาบอกว่าอาบแล้วแน่ๆ

bed

beerก่อนนอน .. น้องๆมาเรียกให้ไปร่วมวงปาร์ตี้ มาเรียกอยู่สองสามรอบ ด้วยความเกรงใจ พวกเราจึงลงไป พบว่าน้องๆล้อมวงกันจริงๆจังๆมาก ฉันเดินลงไปแจมกับทุกคนด้วยชุดนอนที่เพิ่งซื้อเมื่อวานแล้วไม่ได้ลองก่อน เดินผ่านกระจกเห็นตัวเองรู้สึกเหมือนจะไปวิ่งจ๊อกกิ้ง เจอน้องคนหนึ่ง จำได้ว่าเป็นดาวเต้นบนรถบัส เขาเอาผ้าขาวม้ามาพันหัว ดูแล้วเหมือนจะไปตัดอ้อยจริงๆ อดไม่ได้ต้องไปขอถ่ายรูปคู่มา 

centerpc

ppbossวันแรกของทัศนศึกษาจบลงที่ฉันหลับคนแรกเลย (กลัวผีจึงพยายามรีบนอนให้หลับก่อนเพื่อนคนอื่น) 

 

 

 

Comment

Comment:

Tweet

อ่านแล้วสนุกดีค่ะ ไม่น่าเชื่อว่าคุณแพรกลัวผี big smile

#8 By C-C on 2010-01-08 10:12

sister

#7 By alienboon on 2009-12-23 14:49

ใครเป็นน้องสาวอ่ะ โลเลembarrassed

#6 By แพร (58.11.30.57) on 2009-12-23 00:19

big smile

#5 By zealost on 2009-12-20 12:40

หมั่นใส้คนข้างบนง่ะ... 55555+
ออกหน้าเชียว confused smile

#4 By poonnada on 2009-12-18 12:17

รอติดตามเรื่องราวที่น้องสาวเขียน อย่างระทึกใจ

ตอน 2 มาเร็วๆๆนะ รออ่านอยู่question Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

#3 By lolay on 2009-12-18 03:56

big smile big smile

ปอลอ.เฮดบล๊อกผมยาวก็น่ารักดีนะ

#2 By (^_^)/nana on 2009-12-17 14:30

Hot! Hot! Hot!
อิอิ ชอบๆ แพร เล่าอีกนะ surprised smile
พี่รออ่าน

ปล.นี่ขนาดยังไม่รู้จักใครนะเนี่ย sad smile

#1 By poonnada on 2009-12-17 14:26